ปัญหาเหล้า-สารเสพติดทำคนไทยป่วยจิตเวช

สารเสพติด แอลกอฮอล์ต้นเหตุปัญหาจิตเวชในคนไทย แนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อยๆ กรมสุขภาพจิตเร่งพัฒนาระบบบำบัดรักษาฟื้นฟู สร้างกูรูมืออาชีพ และขยายเครือข่ายค้นหาติดตาม เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา ตั้งเป้าในปี 2561 นี้จะให้มีอัตราไม่หันไปเสพยา ดื่มเหล้าซ้ำติดต่อกัน 3 เดือนหลังบำบัด 95 %

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ของการเจ็บป่วยทางจิตเวชว่า สภาพปัญหาเกิดมาจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะจากสภาพสิ่งแวดล้อม เช่นสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเลี้ยงดู นับเป็นต้นเหตุที่มีแนวโน้มรุนแรงและมีความซับซ้อนมากขึ้น ผลการสำรวจด้านระบาดวิทยาของปัญหาสุขภาพจิต ของกรมสุขภาพจิตล่าสุดใน พ.ศ.2556 พบว่าคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคทางจิตเวช หรือมีปัญหาสุขภาพจิตในรอบ 12 เดือน 13.9% หรือมีจำนวน 7 ล้านกว่าคน ในจำนวนนี้ 44% มีสาเหตุมาจากการใช้ยาเสพติดต่างๆรวมทั้งดื่มเหล้าด้วยรวม 3 ล้านกว่าคน แบ่งเป็นจากการดื่มเหล้าอย่างหนักจำนวน 2.75 ล้านคน และจากการใช้สารเสพติดต่างๆที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่นยาบ้า ยาไอซ์ เฮโรอีน กระท่อม กัญชา รวมทั้งการใช้ยาในทางที่ผิดเช่นยาลดความอ้วน ยากลุ่มนอนหลับ เป็นต้น จำนวน 3 แสนคน ทำให้เกิดโรคสมองติดยา ติดเหล้า มีความผิดปกติทางด้านความคิดและพฤติกรรมตามมา
อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ผู้ป่วยที่ดื่มเหล้า เสพสิ่งเสพติดและมีอาการป่วยทางจิตเวชร่วมด้วย จัดเป็นผู้ป่วยที่ต้องให้การดูแลรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน แต่ปัญหาสำคัญคือผู้ใช้สารเสพติดส่วนใหญ่ประมาณ 95% ไม่คิดหรือไม่รู้สึกว่าควรได้รับการรักษา มีเพียงร้อยละ 4 ที่คิดว่าควรได้รับการรักษาแต่ไม่ได้พยายามมารักษา และร้อยละ 1 คิดว่าตนเองควรได้รับการรักษาและสมัครใจเข้ารักษากลุ่มนี้มีประมาณ 30,000 คน โดยผู้เสพหน้าใหม่จะเริ่มทดลองใช้สารเสพติดตั้งแต่อายุน้อยประมาณ 11-12 ปี และเริ่มเสพหนักขึ้นในอายุ 17 ปี ดังนั้นแนวโน้มผู้ป่วยจิตเวชไทยในอนาคต จะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้เมื่อเทียบอาการของโรคจิตเวชที่เกิดจากการใช้สารเสพติดจะมีความรุนแรงมาก ทั้งอาการก้าวร้าว เสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สินทั้งในระดับบุคคล สังคม ประเทศชาติ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth