สช.เดินหน้าคุ้มครองข้อมูลสุขภาพคนไทย

สช.จัดทำร่างแนวปฎิบัติตามมาตรา7 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ดูแลข้อมูลผู้ป่วยที่อยู่ในงาน”เวชระเบียน”ของสถานพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข การคุ้มครองข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550ที่ผ่านมาเกิดปัญหาการนำข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล

เช่น รายละเอียดการรักษาโรค ฟิล์มเอ็กซเรย์ และภาพถ่ายของผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือแม้แต่ เวชระเบียนผู้ป่วย ถูกนำไปเผยแพร่ทางช่องทางต่างๆทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ บางครั้งทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ระบุไว้ว่า “ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้”
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการที่ปรึกษาการส่งเสริมการใช้สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) กล่าวว่าพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550ให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิของบุคคลที่มารับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขไว้ จำเป็นต้องออกแนวปฏิบัติต่างๆ ให้เกิดความชัดเจนในแต่ละเรื่อง เพื่อให้สิ่งที่บัญญัติไว้ในกฎหมายก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ทั้งนี้ การออกแนวปฏิบัติในเรื่องใดก็ตามต้องศึกษาข้อมูลวิชาการอย่างรอบด้านทั้งมาตรฐานปฏิบัติในระดับสากล และในบริบทของประเทศไทย ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักการประโยชน์สาธารณะเป็นหลักและให้สมดุลกับหลักความเป็นส่วนตัว
ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อย้ำเตือนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้ระมัดระวังการโพสต์หรือแชร์ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลในยุคที่โลกโซเชียลมีเดียทรงอิทธิพล. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth